1.1

เรือนจำจังหวัดสงขลานำเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครอง สนธิกำลังเข้าปฏิบัติการจู่โจมตรวจค้นเรือนจำกรณีพิเศษ

เพื่อตรวจหาสิ่งผิดกฎหมาย ยาเสพติดและเครื่องมือสื่อสาร ผลจากการตรวจค้นไม่พบสิ่งของต้องห้ามแต่อย่างใด

       วันนี้ (29 พ.ค. 62) ที่เรือนจำจังหวัดสงขลา  นายไพโรจน์ จริตงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยนายดำรงค์ บัวฤทธิ์ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดสงขลา นำเจ้าหน้าที่จากกองร้อยอาสารักษาดินแดนที่ 1 จังหวัดสงขลา ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 5 และชุดปฏิบัติการพิเศษเขต 9 จำนวน 120 นาย สนธิกำลังปฏิบัติการจู่โจมตรวจค้นกรณีพิเศษเรือนจำจังหวัดสงขลาตั้งแต่รุ่งสาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ในสังกัดร่วมปฏิบัติการตรวจค้นอย่างเข้มข้น โดยการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ได้แยกย้ายเข้าค้นเรือนนอน ตู้เก็บสิ่งของและอาคารสถานที่ภายในเรือนจำอย่างละเอียด ผลจากการตรวจค้นและสุ่มตรวจปัสสาวะ จำนวน 200 คน ไม่พบสารเสพติดและสิ่งของต้องห้ามแต่อย่างใด ปัจจุบันเรือนจำจังหวัดสงขลา มีผู้ต้องขังทั้งหมด 2,649 คน

           นายดำรงค์ บัวฤทธิ์ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดสงขลา กล่าวว่า เรือนจำจังหวัดสงขลามีภารกิจด้านการควบคุมผู้กระทำความผิดตามคำพิพากษาของศาล ซึ่งผู้ต้องขังส่วนใหญ่เป็นผู้ต้องขังคดียาเสพติด บางคนอาจมีอิทธิพลด้านการเงินและมีเครือข่ายภายนอกเรือนจำอาจลักลอบ ใช้เรือนจำเป็นฐานในการสั่งซื้อ-ขายยาเสพติดโดยใช้โทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์สื่อกลางในการเชื่อมต่อกับเครือข่ายภายนอกเรือนจำ

           ดังนั้น เพื่อให้การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตัดวงจรขบวนการค้ายาเสพติดที่ใช้เรือนจําเป็นฐานลักลอบซื้อ-ขายยาเสพติด จึงได้กำหนดมาตรการ ด้านการจู่โจมตรวจค้นภายในเรือนจำจังหวัดสงขลาเป็นประจำทุกเดือน โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภายนอกร่วมกันปฏิบัติภารกิจในเชิงรุกจู่โจมตรวจค้นเรือนจำจังหวัดสงขลาเพื่อไม่ให้มีโทรศัพท์มือถือ ยาเสพติด สิ่งของต้องห้ามตลอดจนสิ่งผิดกฎหมายภายในเรือนจำ

 

ศิริลักษณ์ แคล้วคลาด/ข่าว

ประชา-วิทยา /ภาพ

29 พ.ค. 62

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา