1.1

เรือนจำจังหวัดสงขลา ผนึกกำลังภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เปิดปฏิบัติการจู่โจมตรวจค้นเรือนจำกรณีพิเศษตั้งแต่รุ่งสาง

หาสิ่งผิดกฎหมายและสิ่งของต้องห้าม พร้อมสุ่มตรวจปัสสาวะผู้ต้องขัง 400 ราย เพื่อหาสารเสพติด

เบื้องต้นไม่พบสารเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย

 

          วันนี้ (27 ก.พ. 63) ที่เรือนจำจังหวัดสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา นายสมหวัง เรืองเพ็ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยนายดำรงค์ บัวฤทธิ์ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดสงขลา นำเจ้าหน้าที่จากทัพเรือภาคที่ 2 สงขลา กองร้อยอาสารักษาดินแดนที่ 1 จังหวัดสงขลา ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 5, ตำรวจภูธรเมืองสงขลา, สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 9 ชุดปฏิบัติการพิเศษเขต 9 และเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ในสังกัดเข้าจู่โจมตรวจค้นเรือนจำกรณีพิเศษตั้งแต่รุ่งสางอย่างเข้มข้น โดยการดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

          นายสมหวัง เรืองเพ็ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า สถานการณ์ปัญหายาเสพติดในปัจจุบันยังมีการแพร่ระบาดเพิ่มมากขึ้น เป็นภัยสังคมคุกคามต่อการพัฒนาประเทศและความสงบสุขของสังคม นำไปสู่ปัญหาการก่ออาชญากรรมต่าง ๆ ส่งผลกระทบเชิงลบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ เป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาประเทศ ผลจากการเร่งรัดการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเร่งด่วนของรัฐบาล ทำให้มีการจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดทั้งผู้เสพและผู้ค้าได้เป็นจำนวนมาก รัฐบาลจังได้กำหนดเป็น "วาระแห่งชาติ" ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด อีกทั้งเป็นปัญหาสำคัญที่ทุกหน่วยงานต้องเข้ามาร่วมมือกันแก้ไข ประสานงานติดต่อสื่อสารที่จะเชื่อมโยงประสานความร่วมมือกันอย่างจริงจัง

          ด้านนายดำรงค์ บัวฤทธิ์ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดสงขลา กล่าวว่า เรือนจำจังหวัดสงขลา ได้ดำเนินการจู่โจมตรวจค้นกรณีพิเศษตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและอธิบดีกรมราชทัณฑ์ที่มีนโยบายมอบหมายให้เรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศดำเนินการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดและโทรศัพท์มือถือให้หมดสิ้นไปจากเรือนจำและทัณฑสถานโดยเร็ว ตามนโยบาย 5 ก้าวย่างการเปลี่ยนแปลงราชทัณฑ์ ก้าวย่างที่ 1 : ควบคุมปราบปรามยาเสพติด โทรศัพท์มือถือ และสิ่งของต้องห้ามเข้าเรือนจำ และนโยบายอธิบดีกรมราชทัณฑ์ 3 ส. 7 ก.โดยให้ดำเนินการจู่โจมตรวจค้นกรณีพิเศษเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง

          สำหรับการจู่โจมตรวจค้นนั้น เพื่อให้เรือนจำทุกแห่งต้องดำเนินการปราบปรามยาเสพติด โทรศัพท์มือถือและสิ่งของต้องห้ามภายในเรือนจำไม่ให้มีการลักลอบเข้ามา หรือมีไว้ภายในเรือนจำอย่างเด็ดขาด โดยให้เรือนจำทำการจู่โจมตรวจค้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเรือนจำจังหวัดสงขลามีภารกิจด้านการควบคุมผู้กระทำความผิดตามคำพิพากษาของศาล ซึ่งผู้ต้องขังส่วนใหญ่เป็นผู้ต้องขังคดียาเสพติด บางคนอาจมีอิทธิพลด้านการเงินและมีเครือข่ายภายนอกเรือนจำอาจลักลอบ ใช้เรือนจำเป็นฐานในการสั่งซื้อ-ขาย ยาเสพติดโดยใช้โทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์สื่อกลางในการเชื่อมต่อกับเครือข่ายภายนอกเรือนจำ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้แยกย้ายเข้าตรวจค้นเรือนนอน ตู้เก็บสิ่งของและอาคารสถานที่ภายในเรือนจำอย่างละเอียด แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการสุ่มตรวจปัสสาวะในกลุ่มผู้ต้องขัง จำนวน 400 ราย เพื่อหาสารเสพติด เบื้องต้นไม่พบสารเสพติด ปัจจุบันเรือนจำจังหวัดสงขลา มีผู้ต้องขังทั้งหมด 2,824 ราย

 

 

 

 

 


ศิริลักษณ์ แคล้วคลาด /ข่าว/ภาพ
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา
27 ก.พ. 63