1.1

โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ สาขา 2 สงขลา โดยความร่วมมือของทุกโรงพยาบาลในหาดใหญ่ และจังหวัดสงขลา แถลงข่าวส่งผู้ป่วยที่รักษาหายแล้วกลับบ้าน 3 ราย “โควิดหาย ได้กลับบ้าน คืนน้องพี่สู่ชุมชน” ถือเป็นการแถลงความสำเร็จของโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ในการดูแลรักษาผู้ป่วยตั้งแต่ตรวจพบโรคจนรักษาหาย และสามารถกลับบ้านได้

       วันนี้ (18 เม.ย.63) ที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ สาขา 2 สงขลา โดยความร่วมมือของทุกโรงพยาบาลในหาดใหญ่ และสงขลา (SONGKHLA COVID-19 Recovery Camp) ซึ่งตั้งอยู่ ณ อาคารติณสูลานนท์ ศูนย์บริบาลผู้สูงอายุ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาได้จัดแถลงข่าว“โควิดหาย ได้กลับบ้าน คืนน้องพี่สู่ชุมชน” โดยมีผู้ร่วมแถลงข่าวประกอบด้วย นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รศ.นพ.พุฒิศักดิ์ พุฒวิบูลย์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ดร.ทพ.วิรัตน์ เอื้องพูลสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 12 สงขลา ดร.วิสุทธิ์ บิลล่าเตะ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงาน สำนักจุฬาราชมนตรี

       นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชกาจังหวัดสงขลา ได้กล่าวถึงการดูแลและการบริหารจัดการมาตรการต่างๆของจังหวัดสงขลา ในสถานการณ์โควิด-19 ที่ได้ประกาศออกมาบังคับใช้ ซึ่งขณะนี้ภาพรวมสถานการณ์เป็นที่น่าพอใจไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยทั่วไปที่มีจำนวนคงไม่เพิ่มขึ้นที่มาครึ่งเดือนแล้ว ผู้ป่วยที่กลับจากดาวะห์ประเทศอินโดนีเซียที่สามารถคัดกรอง กักตัว และนำเข้ารับการรักษาตามกระบวนการได้ครบทุกคน ทั้งนี้สถานการณ์ที่ดีขึ้นเกิดจากความร่วมมือของประชาชนทุกคนที่ได้ปฏิบัติตาม คำสั่ง ข้อบังคับต่างๆที่ทางจังหวัดได้ประกาศออกมารวมถึงมาตรการจากทางรัฐบาลด้วย แต่ก็อย่าได้นิ่งนอนใจจะต้องระระวังและให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่งก่อน และในวันนี้ก็ต้องขอแสดงความยินดีกับผู้ป่วยทุกคนที่ได้รับการรักษาจนหายดีและสามารถเดินทางกลับบ้านได้แล้ว ขอบคุณคณะแพทย์ทุกคนที่เสียสละ ตั้งใจ อดทน ทำงานด้วยความมุ่งมั่นที่จะรักษาคนไข้ทุกคนให้หายจนประสบความสำเร็จในครั้งนี้

      ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้กล่าวถึงความร่วมมือของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ การสร้างนวตกรรมในการดูแลผู้ป่วย COVID 19 ของโรงพยาบาลสงขลานครินทร์สาขา 2 ว่า ขณะนี้ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้พัฒนานวัตกรรมอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ และโรงพยาบาลอื่นๆ ได้แก่หุ่นยนต์ฆ่าเชื้อ และส่งอาหาร กล่องฆ่าเชื้ออเนกประสงค์ด้วยแสงยูวี อุปกรณ์ปั๊มเจลแอลกอฮอลล์อัตโนมัติ กล่องป้องกันการกระจายเชื้อทางการแพทย์และทันตกรรม และคณะวิทยาศาสตร์ได้พัฒนาเครื่องวัดอุณหภูมิระยะไกล สถาบันวิจัยและนวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พัฒนาหุ่นยนต์ส่งอาหาร ซึ่งได้นำมาใช้ในการทำงาน ณ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ สาขา 2 สงขลาแห่งนี้แล้ว และนอกจากนี้ยังได้ส่งคณะแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ไปช่วยยังโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต โรงพยาบาลสนาม 2 ด้วย

         รศ.นพ.พุฒิศักดิ์ พุฒวิบูลย์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เผยว่า โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ สาขา 2 ได้รับผู้ป่วย COVID-19 รายแรกเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2563 โดยปัจจุบันได้รับผู้ป่วย COVID-19 ที่อยู่ระหว่างการพักฟี้นแล้ว จำนวน 10 ราย เป็นการรับผู้ป่วยจากโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ และโรงพยาบาลต่างๆ โดยเฉพาะผู้ป่วยจาก 3 จังหวัดชายแดนใต้ โดยจากการตรวจหาเชื้อครั้งล่าสุดพบว่ามีผู้ป่วย 3 ราย ไม่พบเชื้อแล้ว 2 ครั้ง จึงมั่นใจได้ว่าผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้และไม่แพร่เชื้อในชุมชนต่อไป อย่างไรก็ตามผู้ป่วยยังต้องปฏิบัติตัวตามแนวทางของรัฐบาล โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ สาขา 2 มีความพร้อมรับผู้ป่วย COVID-19 จากทุกโรงพยาบาลในจังหวัดสงขลา และทั่วภาคใต้ต่อไป นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2563 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้เปิดทำการ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต โรงพยาบาลสนาม 2 ขึ้นเพื่อรองรับผู้ป่วย COVID-19 ในจังหวัดภูเก็ต

       ทางด้าน รศ.พญ.มณฑิรา ตัณฑนุช ผู้บัญชาการ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ สาขา 2 เผยว่า ตลอดระยะเวลาที่ผู้ป่วยทั้ง 3 คน ได้พักฟี้นอยู่ในโรงพยาบาลสงขลานครินทร์สาขา 2 ได้รับการดูแลจากทั้งแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่สายสนับสนุน ของโรงพยาบาล สงขลานครินทร์เป็นอย่างดี นอกจากนั้น ผู้ป่วยยังได้รับกำลังใจที่ดีจากชาวสงขลาและทั่วประเทศ ซึ่งมาในรูปของอาหารและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่ได้นำมาใช้อำนวยความสะดวกให้กับผู้ป่วย รวมทั้งทีมบุคลากรทางการแพทย์ทุกคน เมื่อผลการตรวจไม่พบเชื้อซ้ำแล้ว 2 ครั้ง แพทย์เจ้าของไข้ได้อนุญาตให้ผู้ป่วยทั้ง 3 คน กลับสู่ชุมชนได้ โดยในขั้นตอนนี้ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ได้ประสานกับพื้นที่ ทั้งพ่อเมืองของจังหวัดสงขลา คือ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา สาธารณสุขจังหวัด สาธารณสุขอำเภอ และอสม. ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีในการให้ข้อมูลและทำความเข้าใจกับชนเพื่อให้ผู้ป่วยทั้ง 3 ราย กลับสู่ชุมชนได้อย่างราบรื่น โดยทางโรงพยาบาลได้จัดรถไปส่งผู้ป่วยถึงในชุมชนด้วย ผู้บัญชาการ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ สาขา 2 เผยต่อว่า ผู้ป่วยรายแรกของทางโรงพยาบาลได้แสดงเจตจำนง ในการบริจาคพลาสมา ให้กับหน่วยคลังเลือดโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ซึ่งพลาสมาของผู้ป่วยที่หายจากโรค COVID-19 จะมีประโยชน์อย่างมากในการใช้รักษาผู้ป่วย COVID-19 ที่มีอาการรุนแรง โดยภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นจากผู้ป่วยเปรียบเสมือนเป็นเซรุ่มใช้รักษาโรคกับผู้ป่วย รายอื่นต่อไป การแสดงเจตจำนงในการบริจาคพลาสมาแก่ทางโรงพยาบาลในครั้งนี้จึงถือเป็นการทำประโยชน์เพื่อเพื่อนมนุษย์อย่างแท้จริง นอกจากนี้ ดร.ทพ.วิรัตน์ เอื้องพูลสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 12 หัวข้อ ได้กล่าวถึงการเตรียมการและแนวทางการดูแลเมื่อผู้ป่วยกลับบ้านว่าได้มีการทำความเข้าใจกับผู้นำชุมชน รวมถึงการดูแลสภาพจิตใจของผู้ป่วยที่มีความกังวล ตั้งแต่เข้ารับการรักษาจนรักษาหายโดยมีทีมจิตแพทย์เข้ามมาพูดคุยและให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ผู้ป่วยเกิดความสบายใจและไม่กังกลเมื่อกลับไปใช้ชีวิตปกติในสังคม ส่วนทางด้าน ดร.วิสุทธิ์ บิลล่าเตะ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงาน สำนักจุฬาราชมนตรี ได้กล่าวถึงการสร้างความเข้าใจให้กับพี่น้องชาวมุสลิม และแนวทางปฏิบัติในการประกอบศาสนกิจในสถานการณ์โรคโควิด_19 ว่าได้ทำความเข้าใจในเรื่องอย่างต่อเนื่องเพื่อให้พี่น้องชาวไทยมุสลิมได้ปฏิบัติตนได้ถูกต้องทั้งด้านศาสนกิจและการป้องกันตัวจากโควิดในชีวิตประจำวัน

         จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา คณะแพทย์พยาบาลและเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลฯ รองผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ เดินทางมาส่งผู้ป่วยทั้ง 3 รายกลับบ้านบริเวณ หน้าอาคารติณสูลานนท์ บรรยากาศเป็นไปด้วยความประทับใจและน้ำตาแห่งความสุขและซาบซึ้งใจทั้งผู้ป่วยและคณะแพทย์

ข่าว / กฤชกรรณ์ชัย บัวดำ
ภาพ / ประชา-ณัฐภรณ์
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา
18 เม.ย.63