1 4

กพร.ขานรับนโยบายมอบสุขภาพที่ดีเป็นของขวัญแก่ประชาชน ภายใต้โครงการ “เหมืองแร่ปลอดภัย ห่วงใยประชาชน”

                กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กระทรวงอุตสาหกรรม ขับเคลื่อนการทำเหมืองแร่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยได้ผนึกกับทุกภาคส่วนทั้งผู้ประกอบการ ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือสร้างเครือข่ายให้แข็งแรง พร้อมกิจกรรมขานรับนโยบายรัฐบาลเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชนช่วงเทศบาลปีใหม่ 2561 ภายใต้โครงการ “เหมืองแร่ปลอดภัย ห่วงใยประชาชน” คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

            นายวิษณุ ทับเที่ยง รองอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เปิดเผยว่า เป็นหน่วยงานหนึ่งในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม มีภารกิจเกี่ยวกับการจัดหาและบริหารจัดการวัตถุดิบ โดยการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาภาคอุตสาหกรรมแร่ เพื่อสร้างมูลค่าเชิงเศรษฐกิจให้มีการใช้ประโยชน์แร่และโลหะอย่างมีประสิทธิภาพ และรองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศ รวมทั้งรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยอย่างยั่งยืน สำหรับอุตสาหกรรมแร่ นับเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ ในฐานะอุตสาหกรรมต้นน้ำที่ผลิตวัตถุดิบป้อนให้กับภาคอุตสาหกรรมต่อเนื่องของประเทศ อาทิ อุตสาหกรรมผลิตวัสดุก่อสร้าง อุตสาหกรรมปูซีเมนต์ อุตสาหกรรมเซรามิก แก้วและกระจก อุตสาหกรรมผลิตกระแสไฟฟ้า ก่อให้เกิดการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคมภายในประเทศ หากแต่การประกอบกิจการเหมืองแร่อาจก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อการใช้ประโยชน์พื้นที่และสิ่งแวดล้อม กพร. จึงต้องกำกับดูแลให้สถานประกอบการเหมืองแร่ปฏิบัติตามมาตรการ หรือเงื่อนไขการอนุญาตตามที่กฎหมายกำหนดอย่างถูกต้องและเคร่งครัด ขณะเดียวกัน กพร. ได้มีการดำเนินงานในเชิงรุกในการปลุกจิตสำนึก และสร้างความรับผิดชอบต่อการประกอบการทั้งด้านความปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ ควบคู่กับการกำกับดุแลการประกอบการตามกฎหมาย ภายใต้โครงการต่างๆ ทั้งโครงการเหมืองแร่สีเขียว โครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมเหมืองแร่ให้มีมาตรฐานสากลเพื่อความรับผิดชอบต่อสังคม และการจัดตั้งเครือข่ายภาคประชาชนในการรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการประกอบการ โดยเน้นส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเพื่อให้เกิดการยอมรับของชุมชน

            “ กพร. เดินหน้าขับเคลื่อนการทำเหมืองแร่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยได้ผนึกกำลังกับทุกภาคส่วนทั้งผู้ประกอบการ ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือสร้างเครือข่ายให้แข็งแรง ภายใต้กรอบการดำเนินงานตามข้อกำหนดและกฎหมายที่ไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน รวมทั้งด้านการดุแลสุขภาพของประชาชนในชุมชน อีกทั้งยังมีมาตรการในการกำกับดุแลและกำหนดให้ขั้นตอนการทำเหมืองแร่ต้องจัดทำแผนการฟื้นฟุเหมืองภายหลังการปิดเมือง เพื่อพัฒนาพื้นที่ที่ผ่านมาการทำเหมืองแล้วให้สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและสังคมว่า เมื่อเหมืองปิดตัวลงจะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไม่เป็นอันตรายต่อชุมชนทั้งด้านสุขอนามัยและความปลอดภัย แต่สามารถพัฒนาพื้นที่กลับมาใช้ประโยชน์เพื่อชุมชนได้ อาทิ พื้นที่สาธารณะ แหล่งเก็บกักน้ำ เป็นต้น”

            พร้อมกันนี้ กพร. ขานรับนโยบายรัฐบาลเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชนช่วงเทศบาลปีใหม่ 2561 ภายใต้โครงการ “เหมืองแร่ปลอดภัย ห่วงใยประชาชน” และมีพิธีเปิดโครงการ ในวันศุกร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2561 เวลา 10.00 น. ณ โรงเรียนบ้านคุ้งเขาเขียว ตำบลหน้าพระลาน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี ซึ่งการจัดกิจกรรมดังกล่าวในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่0เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบการและประชาชนในชุมชน โดยมีบริการตรวจสุขภาพ ตรวจวัดสายตาจากแพทย์ของโรงพยาบาล ตัดผม แจกข้าวสารและของรางวัลสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมอีกด้วย

            นอกจากนี้ กพร. ยังชูต้นแบบการพัฒนาพื้นที่ที่ผ่านมาเหมืองแร่แล้วเพื่อกลับมาใช้ในสาธารณะประโยชน์ เช่น บริเวณทะเลสาบบ้านหมอ ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ได้บริจาคที่ดินให้แก่มูลนิธิชัยพัฒนาโดยมีองค์การบริหารส่วนจังหวัดและองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองขีดขิน เข้ามาบริหารจัดการดูแล ซึ่งมีการปรับปรุงบ่อดินเป็นแหล่งเก็บน้ำ เป็นแก้มลงบ่อมีขนาดรวม 3,122 ไร่ และพื้นที่ในการปลูกป่า มีการจัดทำศูนย์กำจัดขยะแบบครบวงจรที่เอาไปใช้เป็นเชื้อเพลิง สร้างพลังงานทดแทนสามารถผลิตพลังงานจากขยะเฉลี่ย 20 ตันใน 6 วันทำการ รวมทั้งยังมีการพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ของเยาวชน อาทิเช่น หอดูดาวหรือท้องฟ้าจำลอง เป็นพื้นที่ให้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ อีกทั้งยังมีพื้นที่ตัวอย่างอีกหนึ่งแห่ง คือ เหมืองหินของ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) มีพื้นที่ราว 300 ไร่ ในส่วนของบ่อเหมืองที่มีการขุดลึกลงไปแล้ว 27 เมตร และมีการฟื้นฟูที่โดยรอบไปควบคู่กัน ซึ่งหลังจากหยุดดำเนินการสามารถใช้พื้นที่เป็นแหล่งสำรองน้ำ และกักเก็บน้ำให้ชุมชน ทั้งนี้พื้นที่ดังกล่าวนับเป็นต้นแบบของการบริหารจัดการพื้นที่เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนอย่างมาก

            อย่างไรก็ตาม กพร. ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมเหมืองแร่ให้มีมาตรฐานสากล เพื่อความรับผิดชอบต่อสังคมหรือเรียกว่าโครงการ CSR-DPIM และโครงการเหมืองแร่สีเขียวขึ้นเพื่อเป็นการผลักดันและส่งเสริมให้สถานประกอบการเหมืองแร่มีบทบาทและมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อสังคมเพิ่มมากขึ้น โดยมุ่งหวังให้สถานประกอบการเหมืองแร่สามารถประกอบการได้อย่างต่อเนื่อง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งสร้างความเข้าใจในความจำเป็นของนำทรัพยากรแร่มาใช้ประโยชน์จากภาคสังคม นับเป็นภารกิจที่สำคัญของกรมฯ ที่สอดคล้องตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 (กฎหมายแร่ฉบับใหม่) ด้วย

พิมพิศา แสงมณี/ข่าว

13 ก.พ. 61

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา