1 4

ผลการตรวจสอบน้ำผุดในนาข้าว ไม่พบสารพาที่เป็นอันตราย ต้องเร่งระบายออก หวั่นสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน

            กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กระทรวงอุตสาหกรรม เผยผลตรวจสอบน้ำผุดในนาข้าวไม่พบสารพิษที่เป็นอันตรายที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของชาวบ้านอย่างเฉียบพลัน แต่ควรมีการระบายออกอย่างระมัดระวัง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

            นาววิษณุ ทับเที่ยง รองอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ แถลงว่า จากกรณีที่มีชาวบ้านพบน้ำผุดในนาข้าวบริเวณทิศตะวันตกของบ่อกักเก็บกากแร่ที่ 2 ของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) มีลักษณะสีดำ มีกลิ่นเหม็น เกรงว่าจะมีสารปนเปื้อนลงแหล่งน้ำสาธารณะนั้น ผลการวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 จากบริเวณดังกล่าวโดยกรมควบคุมมลพิษ บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) และมหาวิทยาลัยนเรศวร มีข้อสรุปร่วมกัน ว่า

  • พื้นที่ป่าบัว ซึ่งเป็นพื้นที่ต่ำ จึงมีแนวโน้มที่น้ำในแหล่งกักเก็บโดยรอบและน้ำใต้ดินหรือน้ำซับจะไหลลงพื้นที่ดังกล่าว น้ำที่ผุดขึ้นมาในบริเวณป่าบัว พบว่า มีลักษณะใส แต่มีค่าแมงกานีสเกินค่ามาตรฐานน้ำผิวดิน ไม่พบว่ามีไซยาไนด์หรือสารพิษอื่นที่มีอันตรายอย่างเฉียบพลันปนเปื้อน
  • น้ำที่ไหลลงสู่พื้นที่พื้นที่นาข้าว พบว่า มีสีดำ มีค่าบีโอดีสูง ปริมาณออกซิเจนน้อยมากและมีสัดส่วนของค่าซีโอดีสูง (น้ำเน่า)

พร้อมกันนี้ เนื่องจากมีการกักน้ำสีดำดังกล่าวไว้ เมื่อผลการตรวจสอบไม่พบสารพิษที่เป็นอันตรายที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของชาวบ้านอย่างเฉียบพลัน เห็นควรมีการระบายน้ำที่กักไว้ซึ่งมีลักษณะเป็นน้ำเน่าเสียออกอย่างระมัดระวัง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

            ทั้งนี้ กรมอุตสาหกรรมพื้นบานและการเหมืองแร่ ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมควบคุมมลพิษ ซึ่งผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำ ครั้งที่ 2 (14-15 ธ.ค. 60) ตามที่ผู้ร้องเรียนร้องขอ พบว่าคุณภาพน้ำสอดคล้องกับผลการตรวจวัด ครั้งที่ 1 และได้ประสานกับหน่วยงานท้องถิ่นดำเนินการระบายน้ำเน่าเสียออกอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนด้วยแล้ว

พิมพิศา แสงมณี/ข่าว

12 ก.พ. 61

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา