1.1

เรือนจำจังหวัดสงขลา ผนึกกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการปิดล้อมจู่โจมตรวจค้นเรือนจำ ตามนโยบาย 5 ก้าวย่างการเปลี่ยนแปลงราชทัณฑ์

          วันนี้ 9 (เม.ย.60) ที่เรือนจำจังหวัดสงขลา นายราชิต สุดพุ่ม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยนายภักดี แก้วเนียม ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดสงขลานำหน่วยสนับสนุนจากตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 ทัพเรือภาค 2 กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 5 กองร้อยอาสารักษาดินแดนที่ 1 จังหวัดสงขลาและชุดปฏิบัติการพิเศษเขต 9 จำนวน 100 คน เข้าร่วมการจู่โจมตรวจค้นในเรือนจำ เพื่อเข้าตรวจค้นยาเสพติด สิ่งผิดกฎหมายทุกชนิดที่ซุกซ่อนอยู่ภายในเรือนจำตามโครงการตรวจค้นจู่โจมภายในเรือนจำ โดยได้ตรวจค้นอาคารสถานที่ ตู้เก็บสัมภาระผู้ต้องขังพร้อมทั้งตรวจปัสสาวะผู้ต้องขัง เพื่อหาสารเสพติ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าสุ่มตรวจค้นเรือนนอนผู้ต้องขังชายจำนวน 209 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ต้องขังที่มีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในพื้นที่ ซึ่งผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งของต้องห้าม ไม่พบยาเสพติดหรือสารเสพติดแต่อย่างใด

          สำหรับการดำเนินงานดังกล่าวได้มุ่งเน้นการบูรณาการทำงานในทุกระดับ สามารถลดระดับปัญหา    ยาเสพติดและขจัดความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในส่วนของเรือนจำและทัณฑสถานที่ใช้เป็นที่ควบคุมผู้กระทำความผิดให้ดำเนินการบูรณาการกับหน่วยงานด้านความมั่นคง ดำเนินการปิดล้อมค้นอาคารสถานที่ภายในเรือนจำเพื่อค้นหาสิ่งของต้องห้ามและยาเสพติด เครื่องมือสื่อสาร โทรศัพท์มือถือ เพื่อตัดวงจรการค้าระหว่างกลุ่มผู้ต้องขังในเรือนจำและบุคคลภายนอกตลอดจนป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติดในสถานที่ควบคุม

          นายราชิต สุดพุ่ม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ในด้านมาตรการนั้น ทางเรือนจำจังหวัดสงขลาได้มีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดและมีมาตรการเสริม โดยทำการตรวจค้นอาทิตย์ละครั้ง ในการผนึกกำลังเพิ่มความเข้ม ในการตรวจแต่ละเรือนนอน แต่ละแดนนักโทษและในวันนี้ ได้บูรณาการเพื่อเข้าสู่เทศกาลวันสงกรานต์ โดยได้ทำการตรวจค้น เพิ่มความเข้มข้นขึ้นมา ซึ่งคิดว่าในมาตรการเหล่านี้ จะเห็นว่าทางเรือนจำจังหวัดสงขลาได้ดำเนินการมาหลายครั้ง และพบว่าทางเรือนจำจังหวัดสงขลาไม่มีปัญหาในด้านยาเสพติดและโทรศัพท์มือถือและด้านอื่นๆ

ศิริลักษณ์ แคล้วคลาด/ข่าว

จิรพัฒน์ วงศ์กระจ่าง/ภาพ

9 เม.ย. 61

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา