1.1

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศลงพื้นที่พบปะกลุ่มสินค้าที่ได้ประโยชน์จาก FTA และจัดสัมมนาสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้สงขลา พร้อมมุ่งพัฒนาผู้ประกอบการสินค้าที่มีศักยภาพ และยกระดับคุณภาพและมาตรฐานสินค้า ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและนักท่องเที่ยว

          วันนี้ (21 ธ.ค. 61)  ที่โรงแรมราชมังคลาสงขลาเมอร์เมด อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา นายดวงอาทิตย์ นิธิอุทัย รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดโครงการ “การสร้างเครือข่ายเชื่อมโยง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้สู่ตลาดอาเซียน ครั้งที่ 2” ระหว่างวันที่ 20-21 ธันวาคม 2561 โดยมีนายอารมณ์ นิววิสุทธิ์ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจัดการชายแดนภาคใต้, นางสาวนงเยาว์ ศรีฉันทะมิตร ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการประกอบธุรกิจการค้าและการตลาด สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสงขลา, นายปฏิพัทธ์ ปานสุนทร นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ กรมทรัพย์สินทางปัญญาและนางมาลัยกรแก้วสมนึกนักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ผู้ประกอบการ เกษตรกร คณะอาจารย์  และนักศึกษาเข้าร่วม

          นายดวงอาทิตย์ นิธิอุทัย รองอธิบดี กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ตระหนักถึงความสำคัญของจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีศักยภาพและความได้เปรียบจากการเป็นพื้นที่ชายแดนติดต่อกับมาเลเซียซึ่งเป็นประเทศสมาชิกอาเซียน และสามารถพัฒนาเศรษฐกิจร่วมกับมาเลเซียได้ รวมถึงรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยการสนับสนุนกิจกรรมทุกรูปแบบให้เข้าไปดำเนินการ  ซึ่งกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ได้จัดโครงการดังกล่าวนำร่องครั้งแรกที่จังหวัดปัตตานีเมื่อเดือนพฤศจิกายน และจัดครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่จังหวัดสงขลา และดำเนินกิจกรรมครั้งต่อไปที่จังหวัดนราธิวาสและยะลา หลังจากนั้นจะคัดเลือกและนำผู้ประกอบการในพื้นที่ชายแดนภาคใต้มายังกรุงเทพฯ เข้าร่วมงานพบปะ เจรจา และแลกเปลี่ยนประสบการณ์เอฟทีเอ กับผู้ประกอบการในกรุงเทพฯ ซึ่งกรมฯ มีแผนงานที่จะจัดขึ้นในปี 2562

          นอกจากนี้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศได้ลงพื้นที่ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสงขลา และพันธมิตรสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย หรือ สกว. พบปะกับกลุ่มผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในพื้นที่คือ กลุ่มผ้าทอเกาะยอ ซึ่งผลิตผ้าทอลายพื้นเมืองร้อยปีที่มีชื่อเสียง เป็นสินค้าที่ส่งออกไปตลาดมาเลเซียแล้ว  พร้อมกันนี้ กรมฯ ยังได้หารือกับโรงงานส่งออกไม้ยางพาราแปรรูปไปตลาดจีน อันดับต้นของประเทศ ซึ่งผู้ประกอบการมีความต้องการเพิ่มการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้า FTA ลดภาษีนำเข้าสินค้าเหลือร้อยละศูนย์ และเร่งรัดการเจรจาความตกลงอาร์เซ็ป หรือตลาดอาเซียนบวกหก เป็น FTA ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งจะช่วยผู้ประกอบการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้า ขยายตลาดส่งออกไม้ยางพาราไปอินเดียและอาเซียนได้มากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันในการหารือครั้งนี้ ยังเป็นเวทีสร้างโอกาสต่อยอดงานวิจัยการใช้ ขี้เลื่อยไม้ ผลิตสินค้านวัตกรรมถ่านไม้พลังงานสูง

          สำหรับกิจกรรมในวันนี้มีการเสวนาเชิงปฏิบัติการในประเด็น “เรื่องง่ายๆ ที่ต้องรู้ กับการใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอ” และ “สินค้า 3 จังหวัดชายแดนใต้ ติดปีกสู่ตลาดการค้าเสรี” ให้กับผู้ประกอบการ เกษตรกร สมาชิกสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (สสว.) สงขลา หอการค้าจังหวัดสงขลา และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา สำนักสหกรณ์จังหวัดสงขลา ตลอดจนนักวิจัยและอาจารย์มหาวิทยาลัยกว่า 100 คน โดยเชิญวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการค้าระหว่างประเทศ เตรียมความพร้อมต่อการเปิดเสรีทางการค้า ขยายตลาดส่งออก และสร้างเครือข่ายพันธมิตรให้กับผู้ประกอบการ รวมทั้งเปิดเวทีวิเคราะห์สินค้าเป้าหมายที่เป็นที่ต้องการของตลาด แลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์ด้านการส่งออกระหว่างวิทยากรและผู้ประกอบการ

          นายดวงอาทิตย์ นิธิอุทัย กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเชื่อมั่นว่าการผนึกกำลังร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรในครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งกลไกในการช่วยสร้างมูลค่าและยกระดับมาตรฐานสินค้า เพื่อให้สามารถเข้าถึงช่องทางการจำหน่ายในตลาดออนไลน์และออฟไลน์ กระตุ้นการใช้สิทธิประโยชน์เอฟทีเอ และส่งเสริมผู้ประกอบการชายแดนภาคใต้ต่อยอดธุรกิจเข้าสู่ตลาดมาเลเซียและอาเซียนได้อย่างเข้มแข็งและมั่นคง

ศิริลักษณ์ แคล้วคลาด /ข่าว

อมลรดา  ชูประสิทธิ์ /ภาพ

21 ธ.ค. 61

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา