1.1

รองอธิบดี กสร. เปิดโครงการประชุมชี้แจง มาตรฐานกฎหมายความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานสำหรับนายจ้าง ลูกจ้างและประชาชนทั่วไป เพื่อร่วมขับเคลื่อนความปลอดภัยและอาชีวอนามัยให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด

          วันนี้ (7 ธ.ค. 61) นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เป็นประธานเปิดโครงการประชุมชี้แจงมาตรฐานกฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานสำหรับนายจ้าง ลูกจ้างและประชาชนทั่วไป ณ ห้องประชุมสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 12 สงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา โดยมีนายวรรณรัตน์ ศรีสุขใส ผู้อำนวยการกองความปลอดภัยแรงงาน, นายธุวานนท์ ดวงจักร์ ผู้อำนวยการศูนย์ความปลอดภัยในการทำงานเขต 9, นางอารี เตชะวันโต ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 12 สงขลา, นางเยาวภา พิบูลย์ผล จัดหางานจังหวัดสงขลา, ส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดสงขลา ตลอดจนลูกจ้างนายจ้าง ผู้เกี่ยวข้องสถานประกอบกิจการและภาคีเครือข่ายด้านความปลอดภัยในการทำงานเข้าร่วมเพื่อรณรงค์เสริมสร้างให้เกิดเป็นวัฒนธรรมความปลอดภัยในการทำงานและส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของประเทศไทยให้เกิดประสิทธิผล

          นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวว่า รัฐบาลตระหนักถึงปัญหาการประสบอันตรายจากการทำงาน ซึ่งส่งผลกระทบ เชิงลบต่อผลิตภาพและการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย จึงได้ ประกาศนโยบายระเบียบวาระแห่งชาติ "แรงงานปลอดภัยและสุขภาพอนามัยดี" ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2560 – 2569) เพื่อขับเคลื่อนการบริหารจัดการงานความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของประเทศ โดยมีกรอบแนวทางการดำเนินงานที่สำคัญคือการให้ความสำคัญในการป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงจากการประสบอันตรายและการเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน รวมทั้งการสร้างการมีส่วนร่วมในการดำเนินการโดยอาศัยแนวทางประชารัฐ

         กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในฐานะหน่วยงานหลักรับผิดชอบกำกับ ดูแลความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของลูกจ้างในประเทศ ได้วางกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนระเบียบวาระแห่งชาติ “ แรงงานปลอดภัยและสุขภาพอนามัยดี” โดยการจัดทำแผนแม่บทความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน แห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2560-2564) มุ่งมั่นเสริมสร้างวัฒนธรรมเชิงป้องกันเพื่อแรงงาน ปลอดภัยและสุขภาพอนามัยดี ผ่านยุทธศาสตร์หลัก คือ การส่งเสริมและพัฒนาองค์ ความรู้ด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย

         ดังนั้น เพื่อเป็นการขับเคลื่อนโครงการความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของ ประเทศไทย (Safety Thailand ) เชิงรุกอย่างมีประสิทธิภาพ กรมสวัสดิการ และ คุ้มครองแรงงานจึงได้ประกาศมาตรการตามนโยบายเร่งต่วนด้านความปลอดภัย ในการทำงาน โดยกำหนดให้มีการสร้างเครื่องมือการตรวจความปลอดภัย ในการทำงาน การสร้างการรับรู้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดการตรวจสถานประกอบกิจการ กลุ่มเสี่ยง และการบังคับใช้กฎหมายความปลอดภัยในการทำงานอย่างเข้มงวด ในการบริหารจัดการกับสถานประกอบกิจการลักษณะหรือสภาพการทำงานที่มี ความเสี่ยงและสถิติการประสบอันตรายสูง

         การขับเคลื่อนโครงการความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของประเทศ ไทย (Safety Thailand) ให้ประสบผลสำเร็จจำเป็นต้องอาศัยและได้รับความร่วมมือ จากทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือภาคเอกชน รวมทั้งลูกจ้างผู้ใช้แรงงานทุกภาคส่วนจะต้องให้ความร่วมมือกันอย่างจริงจัง นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบกิจการต้องปฏิบัติตามกฎหมายและสนับสนุนให้ลูกจ้างหรือผู้ใช้แรงงานมีความปลอดภัยและสุขภาพอนามัยที่ดีในการทำงานลูกจ้างต้องให้ความใส่ใจในเรื่องของ ความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในการทำงาน และถือปฏิบัติตามแนวปฏิบัติกฎระเบียบข้อบังคับด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ และโรคอันเนื่องจากการทำงาน ลดอัตราการประสบอันตรายหรือโรคจากการทำงาน ทั้งนี้เพื่อยกระดับการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมการผลิตการค้าและการบริการให้ดียิ่งขึ้น

ศิริลักษณ์ แค้วคลาด /ข่าว
อมลรดา ชูประสิทธ์/ภาพ
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา
7 ธ.ค.61