1.1

ผู้ว่าฯ สงขลา ประชุมติดตามการเฝ้าระวังและเตรียมการเผชิญเหตุการณ์พายุโซนร้อน "ปาบึก" (PABUK) ซึ่งขณะนี้จังหวัดสงขลามีความพร้อมในการรับมือครอบคลุมทุกส่วน

           วันนี้ (4 ธ.ค. 62) ณ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์พายุ "ปาบึก" (PABUK) จังหวัดสงขลา  นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์พายุ "ปาบึก" (PABUK) จังหวัดสงขลา ประชุมติดตามการเฝ้าระวังและเตรียมการเผชิญเหตุการณ์พายุโซนร้อน "ปาบึก" (PABUK) ในช่วงวันที่ 4-5 มกราคม 2562 โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ศูนย์ปภ.เขต 12 สงขลา สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก  ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา  สำนักประชาสัมพันธ์เขต 6  ทัพเรือภาคที่ 2 มณฑลทหารบกที่ 42 สำนักงานชลประทานที่ 16 สาธารณสุขจังหวัดสงขลาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

          นางสาวพะเยาว์ เมืองงาม ผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก สถานการณ์พายุโซนร้อน “ปาบึก” (PABUK) พบว่าพายุดังกล่าวอยู่บริเวณอ่าวไทยตอนล่าง มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 200 กิโลเมตร ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดนครศรีธรรมราช  ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อยด้วยความเร็ว 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช ในช่วงค่ำของวันนี้  (4 ม.ค. 62) โดยมีผลกระทบต่อภาคใต้ในช่วงวันที่ 4-5 มกราคม 2562 ทำให้บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูลมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรง อ่าวไทยมีคลื่นสูง 3-5 เมตร ส่วนทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือควรงดการเดินเรือจนถึงวันที่ 5 มกราคม 2562

          นายนิพนธ์ บุญญามณี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา กล่าวว่า  สถานการณ์ในขณะนี้ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาได้มีการเตรียมความพร้อมในส่วนของเครื่องจักรกลต่างๆ ตลอดจนถึงเครื่องสูบน้ำและเรือท้องแบนพร้อมกับอาหารและน้ำดื่มเพื่อเตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือในกรณีที่มีการร้องขอมาจากหน่วยงานต่างๆและในส่วนของแพขนานยนต์ขณะนี้มีความเสี่ยงจากคลื่นลมแรงจึงหยุดให้บริการชั่วคราว

          สำหรับการอพยพประชาชนในพื้นที่อำเภอติดชายทะเลจังหวัดสงขลา อำเภอระโนดได้อพยพประชาชนจำนวน 7 จุด รวม 235 คน ประกอบด้วยบ้านท่าเข็นอพยพไปอยู่ที่อบต.คลองแดน จำนวน 30 คนและรพ.สต.คลองแดน จำนวน 20 คน, บ้านท่าบอน หมู่ที่ 2 อพยพไปอยู่ที่ศูนย์พักพิง อบต.ท่าบอน จำนวน 20 คน, หมู่ที่ 3 อพยพไปอยู่ที่โรงเรียนท่าบอน จำนวน 15 คน วัดสายหลวงล่าง จำนวน 80 คนซึ่งเป็นชาวพม่าและตำบลปากแตระอพยพไปอยู่ที่ศาลาประชาคมอำเภอระโนด จำนวน 50 คน

          อำเภอสทิงพระ อพยพจำนวน 1 จุด รวม 20 คน ประชาชนในพื้นที่ตำบลบ่อแดง อพยพไปอยู่ที่ อบต.บ่อแดง จำนวน 20 คน

          อำเภอเทพา อพยพ จำนวน 1 จุด รวม 40 คน ประชาชนในพื้นที่ตำบลเทพา หมู่ที่ 7 อพยพไปอยู่ที่โรงเรียนบ้านพระพุทธ  40 คน จำนวน 25 ครัวเรือน

ศิริลักษณ์ แคล้วคลาด/ข่าว

อมลรดา ชูประสิทธิ์ /ภาพ

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา

4 ม.ค. 62