1.1

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรีร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่ประชาชนผู้ประสบวาตภัยในพื้นที่อำเภอสทิงพระและอำเภอระโนด จังหวัดสงขลา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นขวัญกำลังใจ

          วันนี้ (8 ม.ค. 62) สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมให้พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรีไปประชุมรับฟัง บรรยายสรุปสถานการณ์วาตภัยในพื้นที่จังหวัดสงขลาและรับฟังสรุปแนวทางการดำเนินการให้ความช่วยเหลือ จากนั้นได้ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่ครอบครัวราษฎรที่ประสบอุทกภัยจำนวน 1,000 ครอบครัว ณ หอประชุมรัตนโกสินทร์ อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น โดยมีนายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการสงขลากล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและรายงานสถานการณ์พายุปาบึกในพื้นที่อำเภอสทิงพระ โดยมีราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนจำนวน 11 หมู่บ้าน 79 ตำบล 1,591 คน 515 ครัวเรือน
จากนั้นพลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรีเดินทางต่อไปมอบสิ่งของพระราชทานแก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอระโนดจำนวน 1,000 ชุด ที่ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลพายุโซนร้อน“ปาบึก” (PABUK)” ณ ศาลาประชาคม อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา พร้อมมอบเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต จากอำเภอสทิงพระ จำนวน 1 ราย สำหรับความเสียหายในพื้นที่อำเภอระโนดมีราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนจำนวน 73 หมู่บ้าน 12 ตำบล 46,424 คน 15,558 ครัวเรือน
          ทั้งนี้องคมนตรีได้เชิญพระราชกระแสรับสั่งของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงห่วงใย ไปกล่าวกับราษฎรที่ประสบวาตภัยให้ได้รับทราบความตอนหนึ่งว่า "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยราษฎรผู้ประสบภัย ซึ่งพระองค์ทรงติดตามสถานการณ์พายุจากข่าวสารทางสื่อมวลชน การถวายรายงานของส่วนราชการในพระองค์ และส่วนราชการต่างๆและให้องคมนตรีเดินทางมาเยี่ยมเยียนให้กำลังใจและเชิญสิ่งของพระราชทานมามอบแก่ผู้ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน พร้อมทั้งได้พระราชทานกำลังใจแก่ข้าราชการ เจ้าหน้าที่และจิตอาสาที่ปฏิบัติงานช่วยเหลือ ฟื้นฟูผู้ประสบภัย และทรงรับสั่งให้นำรายได้ที่ได้จากงานอุ่นไอรักมาช่วยเหลือภาคใต้ทั้งประชาชน สัตว์และสิ่งของ นอกจากนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานอาหารและเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ราษฎรที่เดินทางมารับถุงพระราชทานยังความปลาบปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้
       สำหรับจังหวัดสงขลาได้รับผลกระทบจากอิทธิพลพายุโซนร้อน “ปาบึก” (PABUK)” ที่เคลื่อน ขึ้นฝั่งในเขตพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชและมีผลกระทบต่อจังหวัดสงขลาจำนวน 9 อำเภอได้แก่อำเภอระโนด, สทิงพระ,กระแสสินธุ์, สิงหนคร, เมืองสงขลา, ควนเนียง, รัตภูมิ, จะนะและเทพา ตั้งแต่วันที่ 3-4 มกราคม 2562 ส่งผลให้เกิดวาตภัย คลื่นลมแรง คลื่นซัดชายฝั่งตลอดจนฝนตกหนัก น้ำไหลหลากและน้ำท่วมขังในที่ลุ่มทำให้บ้านเรือน ได้รับความเสียหายจำนวน 3,594 หลัง ด้านการเกษตรนาข้าวโดนแรงลมทำให้ต้นข้าวล้มจมน้ำจำนวน 830 ไร่, พืชไร่ 66 ไร่และสวนยาง 2 ไร่ , ด้านการประมงฟาร์มเพาะพันธุ์กุ้ง จำนวนหนึ่งฟาร์ม, ปลาในกระชังจำนวน 119 กระชัง, บ่อปลาจำนวน 102 บ่อและไซดักปลาจำนวน 1,426 ไซ, ด้านปศุสัตว์ โคจำนวน 10 ตัว, กระบือ 5 ตัว, แพะ 7 ตัวและคอกสัตว์ จำนวน 16 คอก อีกทั้งสิ่งสาธารณประโยชน์ ถนนได้รับความเสียหายจำนวน 13 สาย, ศาลาเอนกประสงค์ 6 หลัง, วัด 3 วัด, เสาไฟฟ้าล้มจำนวน 13 ต้นและอาคารของสถานศึกษาจำนวน 22 แห่ง ซึ่งในขณะนี้ทางจังหวัดสงขลาได้ดำเนินการซ่อมแซมบ้านเรือนรวมถึงสิ่งสาธารณประโยชน์แล้วบางส่วนและส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างดำเนินการ


ศิริลักษณ์ แคล้วคลาด/ข่าว
ประชา-จิรพัฒน์/ภาพ
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา
8 ม.ค. 62